top of page

"ปลูกมะพร้าวหน้าแล้ง ใครว่ายาก? เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ปั้นมะพร้าวน้ำหอมให้ลูกดก น้ำหอมหวาน แม้อากาศจะทะลุ 40 องศา

  • รูปภาพนักเขียน: พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม สวนบ้านแพ้ว
    พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม สวนบ้านแพ้ว
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

อากาศร้อนจัดและแล้งจัดในช่วงนี้เป็นความท้าทายใหญ่ ของคนทำสวนมะพร้าวน้ำหอมเลยครับ ยิ่งถ้าเป็นสวนที่เน้นคุณภาพ การดูแลให้รอดและรักษามาตรฐาน ตั้งแต่การเพาะต้นกล้าไปจนถึงการเก็บผลผลิตสด ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ


การปั้นต้นกล้ามะพร้าวน้ำหอมให้แข็งแรง อัตราการรอดสูง ไปจนถึงระยะตัดผลสดส่งขายในนามสวนบ้านแพ้ว ช่วงหน้าแล้งนี้ต้องอาศัยเทคนิค "กินน้อยแต่บ่อยครั้ง และเน้นทางใบ" ครับ


กฎเหล็กข้อแรกของช่วงหน้าแล้งคือ หากดินแห้ง หรือระบบน้ำไม่สามารถรดให้ชุ่มได้ถึงชั้นราก ห้ามหว่านปุ๋ยเคมีทางดินเด็ดขาด เพราะปุ๋ยจะตกค้าง เป็นกรด และเกิดอาการ "ปุ๋ยกัดราก" ทำให้ต้นเหลืองหรือตายได้ครับ




เพื่อให้มะพร้าวผ่านพ้นช่วงวิกฤตความร้อนนี้ไปได้แบบ "

รอดตาย ลูกดก และต้นไม่โทรม" ขอแนะนำแนวทางดังนี้ครับ


1. การจัดการน้ำ (หัวใจสำคัญที่สุด)

มะพร้าวเป็นพืชที่ต้องการน้ำปริมาณมาก ยิ่งร้อนจัด การคายน้ำยิ่งสูง

  • ต้นกล้าและต้นปลูกใหม่: ต้องรดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้รดช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อลดการระเหย หากปล่อยให้ดินแห้งสลับเปียก รากฝอยจะขาดและต้นจะชะงักการเจริญเติบโต

  • ต้นที่ให้ผลผลิตแล้ว: ถ้าเป็นแบบยกร่องสวน ควรรักษาระดับน้ำในร่องให้สม่ำเสมอ อย่าให้แห้งขอด เพราะจะทำให้รากลอยและขาดน้ำ หากเป็นพื้นที่ดอน ต้องเพิ่มรอบการให้น้ำผ่านระบบสปริงเกลอร์ ให้ดินมีความชื้นลึกลงไปถึงชั้นราก


การให้น้ำไม่ว่าจะผ่านระบบสปริงเกลอร์ หรือการเดินรดด้วยสายยาง

จะมีหลักการคำนวณอัตรา ช่วงเวลา และความถี่ที่แตกต่างกันตามอายุของต้นดังนี้ครับ


ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการให้น้ำ (ทุกระบบ)

  • ช่วงเช้า (06.00 - 08.00 น.): ดีที่สุด เพราะเป็นการเติมน้ำให้ดินชุ่มชื้น เตรียมพร้อมให้รากดูดซึมน้ำไปสู้กับความร้อนและการคายน้ำในช่วงกลางวันแดดจัด

  • ช่วงเย็น (16.00 - 18.00 น.): ทำได้ เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนสะสมในดิน แต่ควรหลีกเลี่ยงการรดน้ำค่ำมืดเกินไป เพราะดินจะชื้นแฉะข้ามคืน เสี่ยงต่อเชื้อราในระบบรากได้ง่าย (โดยเฉพาะในโซนอนุบาลต้นกล้า)

  • ข้อห้ามเด็ดขาด: งดรดน้ำในช่วงกลางวันแดดจัด (10.00 - 15.00 น.) เพราะน้ำที่โดนแดดเผาจะร้อนจัด ทำลายรากฝอย และทำให้ต้นไม้เกิดภาวะช็อกได้


อายุต้นมะพร้าว

ปริมาณน้ำที่ต้องการ(ลิตร / ต้น / ครั้ง)

ความถี่ในช่วงหน้าแล้ง

ลักษณะการให้น้ำ

ต้นกล้าในถุงเพาะ / เพิ่งลงแปลง (0 - 6 เดือน)

5 - 10 ลิตร

รดทุกวัน (เช้า) หรือ วันเว้นวัน

เน้นให้ชุ่มถึงก้นถุงหรือตุ้มราก แต่ไม่ขังแฉะ

ต้นขนาดกลาง (6 เดือน - 2.5 ปี)

30 - 50 ลิตร

ทุก 2 - 3 วัน

รดให้ชุ่มบริเวณรอบโคน ขยายออกตามแนวพุ่มใบ

ต้นที่เริ่มให้ผลผลิต (2.5 ปีขึ้นไป)

100 - 150 ลิตร

ทุก 3 - 4 วัน

รดให้ชุ่มลึกถึงชั้นราก บริเวณ "ชายพุ่ม" เป็นหลัก


⚙️ แนวทางการรดน้ำ: สปริงเกลอร์ VS เดินรด

1. ระบบสปริงเกลอร์ (มินิสปริงเกลอร์ หรือ หัวฉีดพ่นฝอย) เป็นระบบที่เหมาะกับแปลงปลูกขนาดใหญ่ เพราะประหยัดแรงงานและควบคุมความชื้นได้สม่ำเสมอ

  • วิธีคำนวณเวลาเปิด: ต้องทราบ "อัตราการจ่ายน้ำ" ของหัวสปริงเกลอร์ (ดูได้จากสเปกหัว หรือใช้ถังรองน้ำจับเวลา 1 นาทีแล้วคูณ 60)

  • ตัวอย่าง: หากใช้หัวสปริงเกลอร์ที่จ่ายน้ำ 100 ลิตร/ชั่วโมง

    • ต้นกล้า (ต้องการ 10 ลิตร) = เปิดประมาณ 5-6 นาที

    • ต้นกลาง (ต้องการ 50 ลิตร) = เปิดประมาณ 30 นาที

    • ต้นใหญ่ (ต้องการ 150 ลิตร) = เปิดประมาณ 1.5 ชั่วโมง (สามารถแบ่งเปิด เช้า 45 นาที / เย็น 45 นาที ได้เพื่อไม่ให้น้ำไหลทิ้ง)

2. การเดินรด (ด้วยสายยาง) เหมาะกับโซนอนุบาลต้นกล้า หรือแปลงที่ยังไม่ได้วางระบบน้ำ ข้อดีคือได้ตรวจดูความผิดปกติของต้นไม้ไปด้วย แต่ต้องอาศัยความชำนาญในการกะปริมาณน้ำ

  • เทคนิคกะปริมาณน้ำ: เปิดสายยางใส่ถังน้ำขนาด 10 ลิตร หรือ 20 ลิตร แล้วจับเวลาดูว่าใช้เวลาเต็มกี่วินาที จากนั้นก็นับในใจเวลาเดินรดจริง

  • ตัวอย่าง: ถ้าน้ำแรงเต็มถัง 10 ลิตรใน 15 วินาที

    • รดต้นกล้า (10 ลิตร) = นับ 1 ถึง 15 แล้วเปลี่ยนต้น

    • รดต้นใหญ่ (100 ลิตร) = ต้องรดแช่ไว้ประมาณ 2.5 นาที (ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน แนะนำให้ทำเป็นวงบ่อดินเตี้ยๆ ล้อมรอบชายพุ่ม เพื่อขังน้ำไว้ให้ค่อยๆ ซึมลงดิน จะช่วยประหยัดเวลาเดินรดได้มากครับ)


2. เทคนิค "ห่มดิน" ลดความร้อนสะสม

ความร้อนจากแสงแดดที่แผดเผาผิวดินโดยตรงจะทำลายรากฝอยที่หากินผิวดิน

  • ใช้ทางมะพร้าวแห้ง กาบมะพร้าว ฟางข้าว หรือหญ้าแห้ง คลุมโคนต้นให้หนาประมาณ 1-2 คืบ โดยเว้นระยะห่างจากโคนต้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันเชื้อรา

  • การคลุมโคนจะช่วยรักษาความชื้นในดิน ปรับอุณหภูมิใต้ดินให้เย็นลง และเมื่อย่อยสลายก็จะกลายเป็นอินทรียวัตถุชั้นดี


3. การจัดการธาตุอาหารช่วงหน้าแล้ง

ช่วงที่อากาศร้อนและน้ำน้อย ต้นมะพร้าวจะดูดซึมปุ๋ยทางดินได้แย่ลงและอาจทำให้เกิดอาการ

"ปุ๋ยกัดราก" ได้

  • เน้นอินทรียวัตถุ: ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักโรยบางๆ บนวัสดุคลุมดิน เพื่อค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารและอุ้มน้ำ

  • เสริมโบรอนและสังกะสี: อากาศร้อนจัดมักทำให้จั่นมะพร้าวแห้ง ดอกร่วง หรือติดผลแล้วสลัดลูกทิ้ง การฉีดพ่นธาตุอาหารรอง-เสริม อย่าง โบรอน จะช่วยให้เกสรแข็งแรง การผสมเกสรดีขึ้น ทำให้ลูกดกและลดปัญหาผลร่วง

  • เคล็ดลับเกลือสมุทร: การใส่เกลือทะเล (เกลือแกง หรือ เกลือดำ) ประมาณ 500 กรัม ถึง 1 กิโลกรัมต่อต้น (สำหรับต้นโต) หว่านรอบทรงพุ่ม จะช่วยให้มะพร้าวทนแล้งได้ดีขึ้น คล้ายการอุ้มน้ำไว้ในเซลล์ และยังช่วยให้ความหวานและกลิ่นหอมของน้ำมะพร้าวยังคงคุณภาพดีแม้ในหน้าแล้ง


จัดทำตารางสรุปการให้ธาตุอาหารสำหรับมะพร้าวน้ำหอมช่วงหน้าแล้ง เพื่อให้นำไปปฏิบัติจริงในแปลงปลูกของสวนวิเจได้สะดวกและเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

ข้อควรระวังสำคัญช่วงหน้าแล้ง: หากดินแห้งจัดและไม่สามารถรดน้ำให้ชุ่มถึงชั้นรากได้ ต้องงดใส่ปุ๋ยเคมีทางดินทุกชนิด เพื่อป้องกันอาการปุ๋ยกัดรากครับ


1. ตารางโปรแกรมการให้ธาตุอาหารทางดิน (สูตรหน้าแล้ง: เน้นแบ่งใส่ทีละน้อย)


ช่วงอายุต้น

สูตรปุ๋ยเคมี

อัตราส่วน (ต่อต้น/ครั้ง)

อินทรียวัตถุ / ตัวเสริม

ความถี่การใส่

เพิ่งปลูกใหม่ - 1 ปี


(เน้นสร้างรากและใบ)

15-15-15 หรือ 16-16-16

100 - 150 กรัม


(ประมาณ 1-2 กำมือ)

ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเก่า 2-3 กิโลกรัม

ทุก 1 - 1.5 เดือน

1 - 2.5 ปี


(เน้นขยายโคนและทรงพุ่ม)

15-15-15 หรือ 13-13-21

300 - 500 กรัม

ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเก่า 5 กิโลกรัม

ทุก 2 เดือน

2.5 ปีขึ้นไป


(เริ่มแทงจั่น - ติดผล)

13-13-21 หรือ 8-24-24

1 กิโลกรัม

เกลือแกง (เกลือสมุทร) 500 กรัม


(ช่วยอุ้มความชื้นลงดินและเพิ่มความหวาน)

ใส่ 1 ครั้งช่วงหน้าแล้ง

เทคนิคการหว่าน: ให้หว่านบางๆ บริเวณ "ชายพุ่ม" (แนวที่น้ำค้างหยดจากปลายใบลงพื้น) เพราะเป็นจุดที่รากฝอยหาอาหาร ห้ามกองปุ๋ยทิ้งไว้ชิดโคนต้นเด็ดขาด


2. ตารางโปรแกรมการให้ธาตุอาหารทางใบ (สูตรกู้ชีพ: ลดความเครียดจากความร้อน)

ช่วงที่อากาศร้อนจัด ต้นมะพร้าวจะปิดปากใบและกินอาหารทางรากได้น้อยลง การพ่นทางใบจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้ต้นรอดและไม่โทรมครับ


ชนิดสารอาหาร

เหมาะสำหรับ

ประโยชน์หลัก

ความถี่และเวลาที่ฉีดพ่น

สาหร่ายสกัด + กรดอะมิโน

ทุกช่วงอายุ


(ตั้งแต่ต้นกล้าถึงต้นโต)

ลดภาวะความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ป้องกันต้นชะงัก ทำให้ใบเขียวสด

ฉีดพ่นทุก 15 - 20 วัน


เฉพาะช่วงเช้าตรู่ (06.00 - 08.30 น.)

แคลเซียม-โบรอน

อายุ 2.5 ปีขึ้นไป


(ระยะเริ่มแทงจั่นและติดผล)

ช่วยให้เกสรสมบูรณ์ ก้านขั้วเหนียว ลดปัญหาจั่นแห้ง ดอกร่วง หรือสลัดลูกทิ้งช่วงแล้ง

ฉีดพ่นทุก 15 - 20 วัน


เฉพาะช่วงเช้าตรู่ (06.00 - 08.30 น.)

หมายเหตุการผสม: สำหรับธาตุอาหารทางใบ สามารถผสมน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ข้างขวดของแต่ละยี่ห้อ และสามารถฉีดพ่นผสมรวมกันในรอบเดียวได้เลยครับ


4. การพรางแสงสำหรับโซนอนุบาลต้นกล้า

ต้นกล้าที่เพิ่งแทงยอดหรือระบบรากยังไม่เดินเต็มที่ จะทนแดดจัดช่วงบ่ายไม่ค่อยไหว การใช้ซาแลนพรางแสง (ประมาณ 50-60%) ในโรงเรือนอนุบาล จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์การสูญเสียของใบไหม้หรือต้นแคระแกร็น ทำให้ต้นกล้าสวยและพร้อมลงแปลงเสมอ


5. ระวังแมลงศัตรูพืชที่มากับความร้อน

อากาศร้อนแห้งแล้ง เป็นช่วงที่ แมลงดำหนาม และ หนอนหัวดำ ระบาดหนัก ควรหมั่นเดินตรวจแปลง หากพบการทำลายที่ยอดอ่อน ควรรีบตัดส่วนที่ถูกทำลายไปเผาทิ้ง และอาจพิจารณาใช้แตนเบียนปล่อยควบคุม หรือใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นป้องกันครับ



เมื่อต้นกล้าแข็งแรง รากเดินดี โตไว เกิดเป็นความประทับใจและการบอกต่อ ส่วนต้นแม่พันธุ์ก็จะไม่สลัดลูกทิ้ง ทำให้มีผลสดคุณภาพดีพร้อมส่งต่อเข้าสู่ตลาดในอนาคตตามเป้าหมายครับ



หากสนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอม สวนบ้านแพ้ว ยินดีให้คำปรึกษา

ยินดีต้อนรับ เกษตรกรทุกท่านหน้าสวน ครับ

โทร 0882858638


 
 
 

ความคิดเห็น


สนใจ
ปลูกมะพร้าวน้ำหอม
ติดต่อเราได้ที่

  • Facebook

แผนที่ พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม สวนบ้านแพ้ว
ยินดีต้อนรับ เกษตรกร ผู้สนใจ ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ทุกท่าน

ติดต่อ-สอบถาม

ขอบคุณที่เข้ามาติดต่อทางสวนเรา

Citrus
bottom of page